แนะนำ 5 วิธีเลือกซื้อเครื่องสำอางอย่างไร ให้ปลอดภัย

แนะนำ 5 วิธีเลือกซื้อเครื่องสำอางอย่างไร ให้ปลอดภัย

เครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับร่างกายของมนุษย์มาเป็นเวลานาน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่เสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้หญิง แต่ถ้าหากเครื่องสำอางที่ใช้นั้น ไม่ได้คุณภาพ เมื่อใช้ไปนาน ๆ เข้า ก็จะสะสมทำให้เกิดสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำได้ ทั้งนี้สารเคมีบางตัวในเครื่องสำอาง ยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง ดังนั้นเพื่อให้สาว ๆ มั่นใจได้ว่าเครื่องสำอางที่ใช้มีความปลอดภัย และจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เรามาดูกันซิว่า จะมีวิธีการเลือกซื้อเครื่องสำอางอย่างไร  สำหรับบทความที่มีชื่อว่า 5 วิธีเลือกซื้อเครื่องสำอางอย่างไร ให้ปลอดภัย ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลยค่ะ

วิธีการเลือกซื้อเครื่องสำอางอย่างปลอดภัย

วิธีการเลือกซื้อเครื่องสำอางอย่างปลอดภัย

1.เครื่องหมายรับรองจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้

ปัจจุบันนี้เครื่องสำอางที่ได้มาตรฐานควรได้การรับรองคุณภาพ จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดังนั้นเวลาซื้อควรดูเครื่องหมาย อย.บนฉลากซะก่อน ถ้าไม่มีอย่าซื้อเด็ดขาด เพราะเครื่องสำอางที่ไม่ผ่านการตรวจสอบอาจเป็นเครื่องสำอางเถื่อน และผสมสารต้องห้ามที่มีพิษต่อร่างกาย คงไม่คุ้มกันแน่ กับปัญหาหน้าพัง!! ถ้าคิดจะซื้อมาใช้

2.ดูวันหมดอายุ ส่วนผสม ชื่อบริษัทผู้ผลิต ที่อยู่ หรือบริษัทผู้นำเข้า

เริ่มดูจากวันหมดอายุและวันผลิตที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ โดยทั่วไปเครื่องสำอางมีอายุหลังการผลิตนานถึง 3-5 ปีเชียวล่ะ แต่นั่นคืออายุของประสิทธิภาพเครื่องสำอางขณะที่คุณยังไม่เปิดใช้ แต่ถ้าหากเปิดใช้แล้วมันก็จะเสื่อมสภาพเร็วขึ้นและมีอายุการใช้งานน้อยลง (ดูเพิ่มเติมที่: อายุเครื่องสำอางแต่ละชนิดที่เปิดใช้แล้ว) ดังนั้น เราควรเขียนวัน/เดือน/ปี ที่เราเปิดใช้ครั้งแรกเอาไว้ที่เครื่องสำอาง เพื่อจะได้เตือนความจำ และเช็กอายุเครื่องสำอางได้ง่ายขึ้น

จากนั้นก็มาดูส่วนผสม ซึ่งจะบอกได้ว่าในเครื่องสำอางที่เรากำลังจะควักเงินซื้อนั้น มีส่วนผสมที่เราแพ้หรือไม่ เช่น บางคนอาจแพ้เครื่องสำอางที่มีน้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ เป็นต้น

ชื่อบริษัทผู้ผลิต ที่อยู่ หรือบริษัทผู้นำเข้า เป็นอีกส่วนที่ควรใส่ใจ เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบของเจ้าของผลิตภัณฑ์ ในกรณีที่มีปัญหาในการใช้ผลิตภัณฑ์ หรือเกิดอันตรายจากเครื่องสำอางนั้น จะได้โทรไปสอบถามหรือร้องเรียนผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าได้

3.ให้ความสำคัญกับการอ่านฉลากวิธีใช้

ต้องศึกษาวิธีใช้อย่างละเอียด เพื่อที่จะได้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า และปลอดภัย ว่าควรใช้ในปริมาณเท่าใด กี่ครั้งต่อวัน ใช้ที่จุดไหนของร่างกาย เพื่อให้ใช้ได้ถูกต้อง เช่น ครีมบำรุงผิวหน้าบางชนิดต้องใช้ทาก่อนนอน เพื่อมิให้ถูกแสงแดด เพราะแสงแดดอาจกระตุ้นให้เกิดอาการข้างเคียง ที่ไม่พึงประสงค์ได้ ดังนั้น หากไม่ศึกษาวิธีใช้ให้ถี่ถ้วน ทาครีมนี้ตามความพอใจ หากทาตอนกลางวันแล้วถูกแสงแดด ก็อาจจะกลับกลายเป็นผลเสีย เพราะใช้ไม่ถูกวิธีนั่นเอง

  • สำหรับคนที่แพ้ง่าย แนะนำว่า ควรพยายามหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม ซึ่งเครื่องสำอางหลายยี่ห้อจากต่างประเทศ จะมีระบุชัดอยู่ในบรรจุภัณฑ์ว่า “Alcohol Free” แปลว่าในเครื่องสำอางชิ้นนั้นปราศจากแอลกอฮอล์ แต่เครื่องสำอางที่ผลิตในประเทศไทยยังไม่ค่อยมีแจ้งแบบนี้
.ระมัดระวังข้อควรระวังหรือคำเตือนบนฉลาก

4.ระมัดระวังข้อควรระวังหรือคำเตือนบนฉลาก

เครื่องสำอางบางชนิดจะต้องแสดงคำเตือนที่ฉลากด้วย แสดงว่าต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ดังนั้น ควรศึกษาคำเตือน ให้เข้าใจอย่างถี่ถ้วน และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

เครื่องสำอางบาง ประเภทมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย หากผู้บริโภคใช้ไม่ถูกวิธี กฎหมายจึงมีข้อกำหนดที่เข้มงวดกว่าเครื่องสำอางทั่วไปคือ จัดเป็นเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ และเครื่องสำอางควบคุม โดยจะต้องมีข้อความแสดงประเภท ของเครื่องสำอางที่ฉลากอย่างชัดเจน ผู้บริโภคควรใช้เครื่องสำอางเหล่านี้ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ

5.ทดสอบการแพ้เครื่องสำอางก่อนตัดสินใจซื้อ

มีเครื่องสำอางหลายประเภทที่แม้จะเป็นยี่ห้อดียี่ห้อดัง มีตรารับรองมาตรฐาน ก็อาจไม่ถูกกับผิวของคุณได้ เพราะผิวของแต่ละคนก็แพ้เครื่องสำอางแตกต่างกัน ดังนั้น คุณจึงควรทดสอบก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจากการดูที่ส่วนผสมแล้ว คุณควรทดสอบการแพ้เครื่องสำอางด้วยตัวเองด้วยวิธีง่าย ๆ และเป็นวิธีที่ถูกต้องคือ ให้นำเครื่องสำอางที่ต้องการจะซื้อ มาป้าย ฉีด ยา หรือทา ลงบริเวณผิวเนื้ออ่อน ๆ อย่างหลังใบหูหรือท้องแขน อย่างน้อยที่สุดจะต้องใช้เวลา 20 – 30 นาที ถ้าหากเกิดอาการแพ้ ผิวหนังบริเวณนั้นจะมีปฏิกิริยา เช่น เกิดรอยแดง ผื่น หรือรู้สึกระคายเคือง ดังนั้น หากจะเทสต์จริง ๆ ไปขอเทสต์ก่อน (เพื่อทิ้งระยะให้สารเคมีทำปฏิกิริยาสักนิด) จากนั้นไปเดินดูของอื่น ๆ จนจะกลับ หากผิวไม่แพ้จึงค่อยกลับไปซื้อค่ะ

นอกจากนี้ สาว ๆ ควรรู้จักกับความหมายของเครื่องสำอางตามกฎหมายก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพื่อที่จะได้ไม่หลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริง พวกเครื่องสำอางเถื่อนและปลอมทั้งหลาย ดังนี้คือ ตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535 โดยมีคำจำกัดความ ตามกฎหมายว่า หมายถึง“วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้ ทา ถู นวด โรย พ่น หยอด ใส่ อบ หรือกระทำด้วยวิธีอื่นใด ต่อส่วนหนึ่ง ส่วนใดของร่างกายมนุษย์ เพื่อความสะอาด ความสวยงาม หรือส่งเสริมให้เกิดความสวยงาม และรวมตลอดทั้งเครื่องประทิ่นผิวต่าง ๆ แต่ไม่รวมถึงเครื่องประดับและเครื่องแต่งตัวซึ่งเป็นอุปกรณ์ภายนอกร่างกาย”

ทดสอบการแพ้เครื่องสำอางก่อนตัดสินใจซื้อ

และนี้ก็คือ 5 วิธีเลือกซื้อเครื่องสำอางอย่างไร ให้ปลอดภัย สำหรับสาว ๆ คนไหนที่อยากได้เครื่องสำอางที่ปลอดภัย ก็อย่าลืมเอาข้อมูลที่เราแนะนำไปข้างต้น ไปใช้ในการเลือกซื้อด้วยนะคะ และถ้าหากใช้เครื่องสำอางไปแล้ว เกิดอาการระคายเคือง หรือรู้สึกคันที่ผิว ก็ควรหยุดใช้ทันที ห้ามเสียดายของเด็ดขาด เพราะไม่อย่างนั้นผิวหน้าสวย ๆ ของเราอาจจะพังได้ รับรองว่าไม่คุ้มแน่ ๆ ถ้าต้องมาเสียเงิน เสียเวลา รักษาผิวหน้ากันใหม่

เล่นสล็อต มีข้อดีหรือข้อเสียมากกว่ากัน? สล็อต หรือ สล็อตออนไลน์ ถือเป็นการพนันรูปแบบหนึ่ง ที่ได้รับความนิยในกลุ่มผู้เล่นปัจจุบันจำนวนมาก เพราะเล่นง่ายแถมรางวัลที่จ่ายในเกมยังเยอะมาก ๆ เมื่อเทียบกับเกมพนันรูปแบบอื่น ๆ แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นเกมพนัน แน่นอนว่ามันคงไม่ได้มีเพียงข่าวดีอย่างเดียว เปรียบเสมือนมีกลางวันก็ต้องมีกลางคืน ฉะนั้น การเล่นเกมสล็อตจึงมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งบทความของเราในวันนี้ จะพาทุกท่านมาดูข้อดีข้อเสีย ของการเล่นสล็อตหรือสล็อตออนไลน์ ว่ามันดีหรือแย่กว่ากัน พร้อมแล้วไปศึกษาข้อมูลกันเลย

แนะนำบทความที่น่าสนใจ 5 สูตรรวยสล็อตออนไลน์ ฉบับเซียนเล่น